วัดศรีดอนมูล ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ครูบาน้อย เตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล

ข่าวสารและกิจกรรม

ประวัติครูบาผัด ผุสสิตธัมโม

     พระครูพิศิษฏ์สังฆการ หรือ ครูบาผัด ผุสฺสิตธมฺโฒ  เมื่อครั้งยังเป็นฆราวาสมีนามว่า นายผัดเจริญเมือง มี ภูมิลำเนาเดิม อยู่ที่บ้านป่าแคโยง หมู่ 5 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2468 ปีฉลู เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายคำตั๋น เจริญเมือง กับนางจี๋ เจริญเมือง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน ดังนี้
1. นายอ้าย เจริญเมือง (เสียชีวิตแล้ว) 2. นายจอน เจริญเมือง (เสียชีวิตแล้ว) 3. นายผัด เจริญเมือง (พระครุพิศิษฏ์สังฆการ) 4. นางเกี๋ยงคำ พิสุทธิ์ (เสียชีวิตแล้ว)
เมื่ออายุได้ 15 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2483 ปีมะโรงที่วัดป่าแคโยง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยมีพระอธิการอินตา วัดสันกลาง ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้ อุปสมบทเป็นพระภิษษุสงฆ์ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2488 ปีระกา ขณะอายุได้ 20 ปี ที่ วัดกองทราย ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยมีพระอธิการมั้น นนฺโท วัดป่าเปอะ อ.สารภี เชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ผุสฺสิตธมฺโม ต่อมาได้จำพรรษาอยู่ที่วัดป่าแคโยง ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของครุบาผัด
     เนื่องจากครูบาผัดท่านมีความรู้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรรักษาโรคต่าง ๆ มากมายโดยเฉพาะโรคไต ซึ่งสมัย ก่อนจะเป็นโรคนี้กันมาก คือมีอาการทางร่างกายที่เห็นได้ชัดเจนคือตัวบวม หรือทางลานนาเรียกว่าตัวพอง ผอมเหลือง ในปี พ.ศ.2493 ท่านครูบาผัดได้ไปรักษาโรคให้ชาวบ้านแถววัดศรีดอนมูลอยู่เป็นประจำ ซึ่งมีคุณพ่อช่อ ชัยมงคล และ ชาวบ้านบริเวณนั้น เป็นคนไข้ของท่าน ประกอบกับทางวัดศรีดอนมูลขาดผู้ปกครองวัด คณะศรัทธาวัดศรีดอนมูลจึงนิมนต์ ครูบาผัดให้มาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดศรีดอนมูล โดยได้ไปกราบนมัสการขอจาก พระครูพุทธาทิตยวงศ์ เจ้าอาวาสวัดป่าแคโยง อ.สารภี  จ.เชียงใหม่ (ขณะนั้นท่านเป็นเจ้าคณะอำเภอสารภี) จากนั้นครูบาผัดจึงเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูลตั้งแต่นั้นมา และได้พัฒนาวัดศรีดอนมูลเรื่อยมาจนเป็นที่รู้จักอย่างดีของสาธุชนทั้งหลายถึงทุกวันนี้ ท่านได้ทำนุบำรุงพระศาสนา สร้าง และบูรณะซ่อมแซมภายในวัดศรีดอนมูลและพัฒนาชุมชนบริเวณรอบวัดศรีดอนมูลเรื่อยมา นากจากนี้ท่านยังเป็นปรมา- จารย์ต้นตำรับของตะกรุดกาสะท้อนและวัตถุมงคลด้านเมตตา ด้านป้องกันภัยต่าง ๆ หลายอย่าง ซึ่งเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว
     ในปี พ.ศ.2537 ขณะนั้นครูบาผัดมีอายุได้ 69 ปีท่านป่วยกะทันหันถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลและผ่าตัดสมองเป็นการ ด่วนซึ่งคณะแพทย์ได้บอกให้กับคณะศรัทธา และพระลูกวัดทุกคนเตรียมทำใจไว้ด้วย เพราะการผ่าตัดครั้งนี้มีความเสี่ยงสูง ทำให้ครูบาน้อย เตชปญฺโญ ไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ครูบาน้อยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ครูบาผัดซึ่งเป็นพระอาจารย์มีชีวิต ยืนยาวต่อไป ท่านได้ค้นคว้าทางธรรมะจนได้ศึกษาธรรมค้นพบวิธีจากหนังสือที่ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย เขียนเอาไว้ ครูบาน้อยจึงได้ทำการปฏิบัติทันที คือการเข้านิโรธกรรม ตามแบบของครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย โดยตั้ง สัจจะอธิษฐานถวายชีวิตไว้กับพระพุทธศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และปฏิบัติเข้านิโรธกรรมทันที ซึ่งครั้งนี้ เป็นครั้งแรก ท่านยึดปฏิบัติเป็นเวลา 3 วัน และน่าประหลาดใจยิ่งนัก เมื่อท่านได้ปฏิบัติไปเพียง 2 วันเท่านั้น อาการของ ครูบาผัดก็หายอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
     ครูบาผัดท่านมีเมตตาสูง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ และศรัทธาทั่วไป ท่านได้รับการกล่าวขานเสมอว่า ไปหา หลวงปู่ เด็กทุกคนที่ไปหาจะได้รับความอิ่มเอิบใจกันถ้วนหน้า เพราะหลวงปู่จะให้ขนมนมเนยและสตางค์ติดกลับไป เป็นขวัญถุงเสมอทุกครั้งที่ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ครูบาผัดจะมีอารมณ์ดีสดชื่นแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากท่าน ได้เห็น ลูกศิษย์ท่านเข้านิโรธกรรมและเมื่อออกนิโรธกรรมครูบาผัดจะนำครูบาน้อยปะพรมน้ำมนต์แผ่เมตตาแก่คณะ ศรัทธาญาติโยมที่มาร่วมทำบุญบำเพ็ญกุศล ทุกครั้ง จนถึงครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550(เป็นการ เข้านิโรธกรรมเป็นปีที่ 14)และแล้วในวันที่ 18 ตุลาคม 2550 หลวงปู่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยอีกครั้ง แต่การไปครั้งนี้ทำให้คณะศรัทธาญาติโยมต้องสูญเสียหลวงปู่ไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีกเลย เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา 15.39 น. รวมสิริอายุได้ 82 ปี 5 เดือน 14 วัน